ไม่ลงชื่อปฏิญาณตนไม่ให้เข้าประเทศ เปลี่ยนประทับตราในพาสปอร์ตให้กลายเป็นคำมั่นสัญญาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ประเทศ Palau ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ริเริ่มโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน อันสืบเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในแต่ละปีมีจำนวนมากกว่าประชากรทั้งประเทศหลายเท่า แน่นอนว่าเมื่อนักท่องเที่ยวมาก็มีโอกาสที่จะค่อยๆทำลายทรัพยากรทางทะเลทั้งแบบที่ตั้งใจหรือไม่ได้จงใจ  วิธีการที่จะมาตามจับหาตัวคนที่ทำลายนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและตามตัวจับได้ยากแถมคนที่จะมาดูแลเรื่องนี้ก็มีไม่เพียงพอเสียอีก ถ้าเราย้อนกลับมาคิดว่าสิ่งที่จะช่วยรักษาทรัพยากรเหล่านี้ไว้ได้คือการปลูกฝังจิตสำนึกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้กับนักท่องเที่ยวจะดีกว่า

ไอเดียที่ประเทศนี้ทำก็คือ ถ้าอย่างนั้นก่อนเข้าประเทศก็ให้นักท่องเที่ยวลงชื่อปฏิญาณเพื่อเป็นการยืนยันว่าจะไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาท่องเที่ยว และ Touchpoint ที่เหมาะสมที่สุดก็เห็นจะเป็นหนังสือเดินทางของทุกคนที่เมื่อเวลาเราไปประเทศไหนก็ต้องลงประทับตราตรวจคนเข้าเมืองอยู่แล้ว ถ้าเราให้การประทับตราไม่ใช่เป็นแค่เครื่องหมายยืนยันอนุญาตให้เข้าประเทศ แต่ทำให้มากกว่า โดยที่ทุกคนจะต้องอ่านและลงชื่อยปฏิญาณตนก่อนเข้าประเทศ ก็จะทำให้คนระมัดระวังและแคร์มากยิ่งขึ้น ในเชิงจิตวิทยาแล้ว เราเรียกเทคนิคนี้ว่าการหลักการจูงใจแบบ Commitment & Consistency กล่าวคือ มนุษย์เราเมื่อยืนยันตกลงรับคำอะไรไปแล้วแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เราจะปรับความคิดและพฤติกรรมของเราให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเพิ่งโอเคนั้นไป สำหรับไอเดียนี้ก็คือ ถ้าเราลงชื่อยืนยันว่าจะรักษาสิ่งแวดล้อม เราก็จะปรับพฤติกรรมของเราให้คล้อยตามไปแบบนั้นเช่นกัน….เป็นไอเดียเรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก โดยเฉพาะการเลือกสื่อที่นำมาใช้อย่างสมุดพาสปอร์ต แต่กว่าจะทำให้ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเปลี่ยนวิธีมาใช้แบบนี้ได้นั้น คงต้องใช้กำลังภายในที่สูงมากเช่นกัน ส่วนผลพลอยได้จากการที่ไอเดียถูกพีอาร์ออกไป มีคนรู้จักชื่อประเทศโนเนมนี้มากขึ้นอีกต่างหาก